สวัสดีค่ะทุกคน! ในฐานะที่อยู่ในวงการนี้มานาน ฉันเองก็เห็นน้องๆ หลายคนมีความฝันอยากเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือที่เรียกกันติดปากว่า TA กันเยอะมาก บอกเลยว่าเส้นทางนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเราเลยนะคะ ยิ่งในยุคที่กรมสรรพากรกำลังเดินหน้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัวแบบนี้ ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีที่เข้าใจทั้งบัญชีและกฎหมายอย่างลึกซึ้งยิ่งมีสูงขึ้นเรื่อยๆ แถมยังเป็นอาชีพที่มีเกียรติและรายได้ดีมากๆ เลยค่ะ จากที่เห็นมา ผู้ที่สอบผ่านได้เนี่ย ชีวิตพลิกผันไปในทางที่ดีขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นการได้ทำงานกับบริษัทใหญ่ๆ หรือผันตัวมาเป็นอิสระ ค่าตอบแทนก็สมเหตุสมผลกับความรู้ความสามารถที่เรามีจริงๆ ค่ะ ฉันเชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าแต่ละปีมีคนสอบผ่านเยอะแค่ไหน แนวโน้มเป็นยังไงบ้าง แล้วเราจะเตรียมตัวยังไงให้คว้าความสำเร็จนี้มาได้ วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่องอัตราการสอบผ่านผู้สอบบัญชีภาษีอากร พร้อมเคล็ดลับดีๆ ที่ไม่เคยมีใครบอกที่ไหนมาก่อน รับรองว่าอ่านจบแล้ว คุณจะมีแนวทางที่ชัดเจนและแรงบันดาลใจในการเดินตามฝันแน่นอนค่ะมาดูรายละเอียดกันแบบเจาะลึกข้างล่างนี้เลยนะคะ!
กว่าจะเป็น TA ไม่ใช่เรื่องง่าย: ส่องเส้นทางสู่ความสำเร็จ
สวัสดีค่ะน้องๆ ที่รักทุกคน ฉันเข้าใจดีเลยว่าหลายคนคงกำลังมองหาเส้นทางอาชีพที่มั่นคงและมีเกียรติ และการเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ก็เป็นหนึ่งในฝันนั้นใช่ไหมคะ?
บอกเลยว่าเส้นทางนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเราแน่นอนค่ะ จากประสบการณ์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการนี้มานานหลายปี ฉันเห็นน้องๆ หลายคนตั้งใจมุ่งมั่นจนคว้าใบอนุญาต TA มาได้สำเร็จพลิกชีวิตตัวเองไปในทางที่ดีขึ้นเยอะมากจริงๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ที่สมเหตุสมผลกับความรู้ความสามารถที่เรามี หรือโอกาสในการทำงานที่เปิดกว้าง ทั้งในบริษัทใหญ่ๆ หรือผันตัวมาเป็นอิสระ ทำงานที่ไหนก็ได้ตามที่เราต้องการ ส่วนตัวฉันเองก็รู้สึกภูมิใจทุกครั้งที่เห็นคนรุ่นใหม่เดินตามฝันได้สำเร็จ ซึ่งกว่าจะได้มาถึงจุดนี้ได้นั้น พวกเขาทุกคนต้องผ่านการเตรียมตัวอย่างหนักหน่วงและมีวินัยมากๆ เลยค่ะ.
เจาะลึกตัวเลข: ภาพรวมการสอบ TA
หลายคนอาจสงสัยว่าการสอบ TA ในแต่ละปีมีผู้สอบผ่านเยอะแค่ไหน หรือแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง ข้อมูลจากกรมสรรพากรจะประกาศผลการทดสอบเป็นรอบๆ ไปค่ะ ซึ่งแต่ละปีก็มีการจัดสอบหลายครั้งเลยนะ อย่างล่าสุดก็มีการประกาศผลสอบครั้งที่ 62 (2/2568) แสดงให้เห็นว่ากรมสรรพากรให้ความสำคัญกับการผลิตบุคลากรคุณภาพเข้ามาในระบบอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องรู้คือ การสอบ TA จะวัดผลเป็นรายวิชา และเราต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่า 60% ถึงจะถือว่าสอบผ่านในวิชานั้นๆ ที่สำคัญคือผลสอบที่ผ่านแล้วสามารถสะสมได้ถึง 3 ปี นับจากวันที่ประกาศผลสอบในแต่ละวิชาเลยนะคะ ตรงนี้เป็นข้อดีมากๆ เพราะทำให้เรามีเวลาเตรียมตัวสำหรับวิชาที่ยังไม่ผ่าน ไม่ต้องกดดันตัวเองมากเกินไป ถ้าเทียบกับสมัยก่อนที่การสอบยังไม่ยืดหยุ่นเท่านี้ บอกเลยว่าน้องๆ รุ่นใหม่โชคดีกว่าเยอะค่ะ
แนวโน้มที่เปลี่ยนไป: อะไรคือปัจจัยสู่ความสำเร็จ?
เมื่อลองย้อนดูผลการสอบในอดีต จะเห็นว่าจำนวนผู้เข้าสอบและผู้สอบผ่านมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออัตราการสอบผ่านคือ ความเข้มข้นของเนื้อหาวิชาที่ต้องเรียนรู้ การเปลี่ยนแปลงของกฎหมายภาษีอากรที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง และความพร้อมของผู้เข้าสอบเองค่ะ ในปัจจุบันกรมสรรพากรมีการปรับปรุงเนื้อหาและวิธีการสอบให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้สอบผ่านมีความรู้ความสามารถที่แท้จริงและพร้อมรับมือกับความท้าทายในการทำงานจริงได้ ดังนั้น การเตรียมตัวที่รอบด้าน ไม่ใช่แค่ท่องจำ แต่ต้องทำความเข้าใจและประยุกต์ใช้ให้เป็น จึงเป็นหัวใจสำคัญเลยค่ะ
ไขข้อข้องใจ: ทำไม TA ถึงยังเป็นที่ต้องการสูงและเงินดี?
น้องๆ หลายคนอาจจะสงสัยว่า “เอ๊ะ! ทำไมอาชีพ TA ถึงยังเป็นที่ต้องการของตลาดอยู่เรื่อยๆ แถมรายได้ก็ดี๊ดี” จริงๆ แล้วมันมีเหตุผลที่น่าสนใจมากๆ เลยค่ะ ส่วนตัวฉันมองว่านี่เป็นเพราะระบบภาษีอากรของประเทศไทยมีความซับซ้อนและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ยิ่งในยุคที่กรมสรรพากรกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัวแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง e-Tax Invoice & e-Receipt หรือการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทำให้ผู้ประกอบการเองก็ต้องปรับตัวตามอย่างรวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องการผู้เชี่ยวชาญอย่าง TA เข้ามาช่วยจัดการและให้คำแนะนำ เพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย และจากข้อมูลล่าสุดปี 2568 เรามีผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่มีสิทธิ์ลงลายมือชื่อกว่า 4,426 ราย ซึ่งสะท้อนว่าอาชีพนี้ยังคงมีความสำคัญและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากๆ เลยค่ะ
กรมสรรพากรยุคใหม่: ความท้าทายที่ต้องเจอ
ในอดีต หน้าที่ของ TA อาจจะเน้นไปที่การตรวจสอบและรับรองบัญชีเป็นหลัก แต่ปัจจุบัน บทบาทของเราขยายกว้างออกไปมากค่ะ เราไม่ได้เป็นแค่ผู้ตรวจสอบ แต่ยังเป็นที่ปรึกษาด้านภาษีคนสำคัญของภาคธุรกิจด้วย กรมสรรพากรเองก็ต้องการบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งทั้งในด้านบัญชีและกฎหมายภาษี เพื่อช่วยให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ดังนั้น การเป็น TA ในยุคนี้จึงต้องมีความรู้ที่อัปเดตอยู่เสมอ ต้องเข้าใจเทคโนโลยีใหม่ๆ และสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการได้ ซึ่งแน่นอนว่าความท้าทายเหล่านี้ก็มาพร้อมกับโอกาสในการสร้างรายได้ที่มากขึ้นด้วยนะคะ
ความรู้ภาษีคืออาวุธ: ประโยชน์รอบด้าน
การมีใบอนุญาต TA ไม่ใช่แค่การทำงานรับรองบัญชีเท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นเหมือนใบเบิกทางที่ช่วยเปิดโอกาสในด้านอื่นๆ อีกมากมายเลยค่ะ ฉันเคยมีเพื่อน TA หลายคนผันตัวไปเป็นที่ปรึกษาภาษีอิสระให้กับบริษัทใหญ่ๆ หรือบางคนก็เปิดสำนักงานบัญชีของตัวเอง ประสบความสำเร็จจนมีรายได้หลักแสนหลักล้านก็เยอะแยะไปหมด บางคนก็นำความรู้ไปต่อยอดในการลงทุน หรือแม้แต่บริหารจัดการภาษีส่วนตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีเงินเก็บมากขึ้นด้วยซ้ำไปค่ะ เพราะความรู้ภาษีที่เรามีมันคือ “อาวุธ” ที่ทรงพลังมากๆ ในโลกธุรกิจปัจจุบันที่ทุกอย่างต้องมีการวางแผนภาษีที่ดีเยี่ยม
ถอดรหัสความสำเร็จ: เคล็ดลับจากประสบการณ์ตรง
น้องๆ คงอยากรู้แล้วใช่ไหมคะว่าคนที่สอบผ่าน TA เขามีเคล็ดลับอะไรกันบ้าง? จากที่ฉันได้พูดคุยกับ TA หลายๆ ท่าน รวมถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยผ่านสนามสอบมาแล้ว บอกเลยว่าไม่ใช่เรื่องของ “โชคช่วย” แต่เป็นเรื่องของ “ความพยายาม” และ “การวางแผน” ล้วนๆ เลยค่ะ ไม่มีใครที่สอบผ่านได้ง่ายๆ โดยไม่ลงมือทำจริงจังหรอกค่ะ แต่ละคนมีวิธีการที่แตกต่างกันไป แต่แก่นแท้ของความสำเร็จคือความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ วันนี้ฉันจะมาถอดรหัสเคล็ดลับที่ไม่เคยบอกใครที่ไหนมาก่อนให้ฟังกันแบบหมดเปลือกเลยนะคะ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังเตรียมตัวอยู่ค่ะ
วางแผนการอ่าน: เริ่มต้นจากศูนย์สู่ความเข้าใจ
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนการอ่านที่ดีค่ะ อย่าเพิ่งท้อแท้ถ้าเรายังไม่มีพื้นฐานแน่นๆ เพราะทุกคนก็ต้องเริ่มจากศูนย์เหมือนกันหมดนั่นแหละค่ะ ลองแบ่งเวลาในแต่ละวันสำหรับการอ่านหนังสือ ไม่จำเป็นต้องหักโหมอ่านทีละหลายชั่วโมง แต่เน้นความสม่ำเสมอจะดีกว่าค่ะ วันละ 1-2 ชั่วโมงก็ยังดี ลองหาตำราที่เข้าใจง่ายๆ หรือเข้าร่วมกลุ่มติวสอบ TA ที่มีรุ่นพี่คอยให้คำแนะนำ มันช่วยได้เยอะจริงๆ นะคะ อย่างตัวฉันเองสมัยสอบก็อาศัยการอ่านตำราประกอบกับทำสรุปย่อของตัวเอง และที่สำคัญคือต้องทำความเข้าใจในหลักการและเหตุผล ไม่ใช่แค่จำมาตราเฉยๆ เพราะข้อสอบ TA มักจะเน้นการประยุกต์ใช้กับสถานการณ์จริงค่ะ พยายามทบทวนสิ่งที่อ่านไปแล้วอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นมันจะลืมง่ายมากๆ เลยค่ะ
เทคนิคทำข้อสอบ: ไม่ใช่แค่จำแต่ต้องประยุกต์
พออ่านเนื้อหาแน่นแล้ว สิ่งต่อมาคือการฝึกทำข้อสอบเก่าเยอะๆ ค่ะ ย้ำเลยว่า “เยอะๆ” เพราะมันจะช่วยให้เราคุ้นเคยกับแนวคำถาม รูปแบบข้อสอบ และที่สำคัญคือการจับเวลา ข้อสอบ TA หลายวิชามีเวลาจำกัด ถ้าเรามัวแต่เสียเวลาคิดนานๆ อาจจะทำไม่ทันได้ค่ะ ลองหัดเขียนตอบให้กระชับ ชัดเจน และตรงประเด็น เพราะกรรมการตรวจข้อสอบคงไม่มีเวลามาอ่านเรียงความยาวๆ ของเราหรอกค่ะ นอกจากนี้ การทำความเข้าใจ “เจตนา” ของกฎหมายภาษีเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะข้อสอบมักจะออกในลักษณะของกรณีศึกษาที่ต้องวิเคราะห์และใช้ดุลยพินิจ ถ้าเราเข้าใจหลักการดีพอ จะพลิกแพลงตอบได้ทุกสถานการณ์เลยค่ะ อย่าลืมปรึกษาเพื่อนๆ หรือรุ่นพี่ที่สอบผ่านแล้วด้วยนะคะ เพราะบางทีมุมมองจากคนที่มีประสบการณ์จะช่วยให้เราเห็นจุดที่มองข้ามไปค่ะ
เตรียมตัวอย่างไรให้พร้อมรบทุกสนามสอบ TA
การเตรียมตัวสอบ TA เปรียบเหมือนการออกรบเลยค่ะ เราต้องมีอาวุธที่ครบมือ มีกำลังใจที่เข้มแข็ง และมีแผนการรบที่แยบยลถึงจะคว้าชัยชนะมาได้ สนามสอบนี้ไม่ได้มีแค่การวัดความรู้ความสามารถทางวิชาการเท่านั้นนะคะ แต่ยังวัดความอดทน ความมีวินัย และการจัดการตัวเองด้วยค่ะ การที่เราจะเดินเข้าสู่ห้องสอบด้วยความมั่นใจได้นั้น ต้องอาศัยการเตรียมตัวที่ละเอียดรอบคอบในทุกๆ ด้านเลยค่ะ ฉันอยากให้น้องๆ ทุกคนเชื่อมั่นในตัวเองนะคะว่าเราทำได้ ขอแค่เราไม่ยอมแพ้ไปเสียก่อนเท่านั้นเอง
แหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือ: ตำรา กฎหมาย และติวเตอร์
การเลือกแหล่งข้อมูลที่ดีเป็นหัวใจสำคัญของการเตรียมตัวสอบเลยค่ะ แน่นอนว่าตำราเรียนและประมวลรัษฎากรฉบับปรับปรุงล่าสุดเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ แนะนำว่าให้ซื้อฉบับจริงที่เป็นเล่มหรือดาวน์โหลดจากเว็บไซต์กรมสรรพากรโดยตรงจะดีที่สุดค่ะ เพื่อความถูกต้องและอัปเดต แต่ถ้าใครรู้สึกว่าอ่านเองแล้วยังงงๆ หรือจับจุดไม่ถูก การหาคอร์สติวสอบกับสถาบันที่มีชื่อเสียงหรือติวเตอร์ที่มีประสบการณ์ก็เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ เลยนะคะ บางครั้งการมีคนมาช่วยสรุปและอธิบายในจุดที่เราไม่เข้าใจมันทำให้เราประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยค่ะ นอกจากนี้ การเข้าร่วมกลุ่มเฟซบุ๊ก หรือไลน์ของคนที่เตรียมสอบ TA ด้วยกัน ก็ช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและเทคนิคการอ่านได้อีกด้วยค่ะ ถือเป็นการสร้างเครือข่ายเล็กๆ ของเราไปในตัวด้วยนะคะ
จัดการเวลาและสุขภาพ: สำคัญไม่แพ้ความรู้
เรื่องนี้สำคัญมากๆ เลยค่ะ บางคนอ่านหนังสือหักโหมจนสุขภาพแย่ อันนี้ไม่ดีเลยนะคะ ร่างกายเราก็เหมือนเครื่องจักรค่ะ ถ้าใช้งานหนักเกินไปโดยไม่พักผ่อน มันก็จะรวนได้ การแบ่งเวลาให้ดี จัดตารางการอ่านให้เหมาะสม และมีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ ลองหาเวลาออกกำลังกายเบาๆ หรือทำกิจกรรมที่ชอบเพื่อผ่อนคลายความเครียดบ้าง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง หรือไปเที่ยวสั้นๆ สักครึ่งวัน สมองที่ปลอดโปร่งจะช่วยให้เราซึมซับความรู้ได้ดีกว่าสมองที่เหนื่อยล้ามากๆ นะคะ ส่วนตัวฉันเองสมัยสอบก็พยายามนอนให้ครบ 7-8 ชั่วโมง และหาเวลาไปเดินเล่นบ้าง มันช่วยให้สมองเฟรชขึ้นเยอะเลยค่ะ อย่าลืมทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วยนะคะ สู้ๆ ค่ะทุกคน
เมื่อสอบผ่านแล้ว: เส้นทางอาชีพที่สดใสรออยู่ตรงหน้า
หลังจากที่เราผ่านพ้นช่วงเวลาอันหนักหน่วงของการเตรียมตัวสอบและได้รับข่าวดีว่า “สอบผ่านแล้ว” ความรู้สึกมันคงเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยใช่ไหมคะ? ฉันจำความรู้สึกนั้นได้ดีเลยค่ะ มันเป็นความภาคภูมิใจที่ยากจะอธิบายได้จริงๆ ค่ะ แต่นี่ไม่ใช่จุดสิ้นสุดนะคะ แต่มันคือจุดเริ่มต้นของเส้นทางอาชีพที่สดใสและมีโอกาสเติบโตอีกมากมายที่รอเราอยู่ข้างหน้า การมีใบอนุญาต TA เหมือนเราได้กุญแจดอกสำคัญที่จะไขประตูไปสู่โลกของโอกาสที่กว้างขึ้นค่ะ บอกเลยว่าชีวิตหลังจากเป็น TA แล้วจะแตกต่างจากเดิมไปเลยทีเดียวค่ะ
อิสระทางการเงิน: เปิดสำนักงานของตัวเอง
สิ่งหนึ่งที่ TA หลายคนใฝ่ฝันคือการมีอิสระทางการเงินและการเป็นนายตัวเองค่ะ การเปิดสำนักงานบัญชีหรือเป็นที่ปรึกษาภาษีอิสระเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เลยนะคะ เราสามารถกำหนดชั่วโมงทำงานของตัวเอง เลือกรับงานที่สนใจ และมีรายได้ที่ไม่มีเพดานจำกัด ขึ้นอยู่กับความสามารถและความขยันของเราเลยค่ะ ฉันเคยเห็นรุ่นน้อง TA หลายคนเริ่มต้นจากเล็กๆ แต่ด้วยความรู้ความสามารถและบริการที่ดีเยี่ยม ทำให้มีลูกค้าเข้ามาเรื่อยๆ จนสำนักงานเติบโตอย่างรวดเร็ว มีรายได้ต่อเดือนหลักแสนสบายๆ เลยค่ะ แต่แน่นอนว่าการเป็นนายตัวเองก็ต้องมีความรับผิดชอบสูง ต้องบริหารจัดการทุกอย่างเองหมด ตั้งแต่การหาลูกค้า การทำงาน ไปจนถึงการตลาดและการเงิน ซึ่งเป็นความท้าทายที่น่าสนุกมากๆ เลยค่ะ
โอกาสในองค์กรใหญ่: เติบโตอย่างมืออาชีพ
นอกจากจะเป็นนายตัวเองแล้ว การทำงานในองค์กรใหญ่ก็เป็นอีกหนึ่งเส้นทางที่น่าสนใจสำหรับ TA ค่ะ บริษัทข้ามชาติ บริษัทมหาชน หรือแม้แต่หน่วยงานราชการเอง ก็ต้องการบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีอากรเข้ามาทำงานในตำแหน่งสำคัญๆ การเป็น TA จะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับโปรไฟล์ของเรา ทำให้เรามีโอกาสในการเติบโตในสายงานได้เร็วขึ้น ได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายมากขึ้น และแน่นอนว่ามาพร้อมกับค่าตอบแทนและสวัสดิการที่ดีเยี่ยมค่ะ ฉันเองก็เคยทำงานในบริษัทใหญ่มาก่อน ทำให้ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ได้เจอผู้คนหลากหลาย ได้พัฒนาทักษะต่างๆ ที่จำเป็นในการทำงาน และที่สำคัญคือได้เห็นภาพรวมของธุรกิจในมุมที่กว้างขึ้นด้วยค่ะ การทำงานในองค์กรใหญ่เป็นเหมือนโรงเรียนขนาดใหญ่ที่สอนเราให้เป็นมืออาชีพที่แท้จริง
ข้อผิดพลาดที่มือใหม่ TA มักพลาด: บทเรียนราคาแพงที่ไม่อยากให้ใครเจอ
ในฐานะที่อยู่ในวงการมานาน และเห็นน้องๆ TA ทั้งที่ประสบความสำเร็จและที่เคยสะดุด ฉันอยากจะมาแบ่งปันข้อผิดพลาดที่มือใหม่ TA หลายคนมักจะพลาดพลั้งไปค่ะ บอกเลยว่าบทเรียนเหล่านี้บางครั้งมันก็ราคาแพงแสนแพงเลยนะคะ บางคนถึงขั้นหมดกำลังใจไปเลยก็มี ฉันจึงไม่อยากให้น้องๆ ต้องมาเจอกับเรื่องราวแบบนั้นค่ะ การเรียนรู้จากความผิดพลาดของคนอื่นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะเราจะได้ไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเองให้เสียเวลาและเสียความรู้สึกค่ะ มาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรระมัดระวังเป็นพิเศษนะคะ
ละเลยกฎหมายใหม่: อัปเดตไม่ทันสถานการณ์
โลกของภาษีอากรมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาค่ะ กฎหมายใหม่ๆ ออกมาแทบทุกปี และบางครั้งก็มีการปรับปรุงแก้ไขกันเป็นรายเดือนเลยด้วยซ้ำ ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการที่เราไม่อัปเดตข้อมูลข่าวสารด้านภาษีให้ทันสมัยอยู่เสมอค่ะ พอทำงานจริงก็อาจจะให้คำแนะนำลูกค้าผิดๆ หรือยื่นแบบผิดไป ทำให้เกิดปัญหาตามมาทีหลังได้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของเราในฐานะ TA และอาจจะทำให้ลูกค้าเสียค่าปรับโดยไม่จำเป็นได้เลยนะคะ ดังนั้น การหมั่นอ่านประกาศกรมสรรพากร ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเข้าร่วมสัมมนาหรืออบรมเพิ่มเติมอย่างสม่ำเสมอ เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยค่ะ อย่าคิดว่าเรารู้แล้วทุกอย่างนะคะ เพราะความรู้ในโลกนี้มันไม่เคยหยุดนิ่งเลยค่ะ
ขาดการฝึกทำโจทย์: รู้แต่ทำไม่ได้
อีกหนึ่งข้อผิดพลาดที่เจอเยอะคือการที่หลายคนมักจะเน้นแต่อ่านทฤษฎี ท่องจำมาตราต่างๆ ได้เป็นปึกๆ แต่พอเจอโจทย์จริงที่ต้องวิเคราะห์และประยุกต์ใช้กลับทำไม่ได้ มันเหมือนกับเรามีตำราพิชัยสงครามอยู่ในมือ แต่ไม่เคยฝึกฝนการต่อสู้จริงในสนามรบเลยค่ะ พอเจอสถานการณ์จริงก็เลยทำอะไรไม่ถูก การฝึกทำโจทย์หลากหลายรูปแบบ ทั้งโจทย์สั้น โจทย์ยาว โจทย์กรณีศึกษา จะช่วยให้เราเข้าใจการนำความรู้ไปใช้จริง และฝึกทักษะการแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดีค่ะ นอกจากนี้ การที่เราได้ลงมือเขียนตอบจริงๆ จะช่วยให้เราจับเวลาได้ดีขึ้น และจัดระเบียบความคิดในการตอบข้อสอบได้ชัดเจนขึ้นด้วยค่ะ อย่าลืมว่าการสอบ TA มันไม่ได้วัดแค่ว่าเรารู้หรือไม่รู้ แต่มันวัดว่าเราสามารถ “นำความรู้ไปใช้ได้จริง” หรือเปล่าค่ะ
มองไปข้างหน้า: อนาคตของ TA ในยุคดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ในโลกที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว อาชีพต่างๆ ก็ต้องปรับตัวตามไปด้วยใช่ไหมคะ อาชีพ TA ของเราก็เช่นกันค่ะ หลายคนอาจจะกังวลว่า AI หรือระบบอัตโนมัติจะเข้ามาแทนที่งานของเราหรือเปล่า?
ส่วนตัวฉันมองว่าเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาแทนที่เราหรอกค่ะ แต่มันเข้ามาเป็น “ผู้ช่วย” ที่จะทำให้เราทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นต่างหาก และนั่นก็หมายถึงโอกาสใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอาชีพของเราด้วยค่ะ เราต้องไม่หยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวทันการเปลี่ยนแปลงนี้ค่ะ
เทคโนโลยีเข้ามาช่วย: AI กับ TA
ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าเรามี AI ที่ช่วยประมวลผลข้อมูลทางบัญชีและภาษีจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ มันจะช่วยลดภาระงานรูทีนของเราไปได้เยอะแค่ไหน? เราก็จะมีเวลาไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์ การตีความกฎหมาย หรือการให้คำปรึกษาเชิงลึกกับลูกค้ามากขึ้น ซึ่งเป็นงานที่ AI ยังทำแทนเราไม่ได้ค่ะ ดังนั้น แทนที่จะกลัว AI เราควรเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมันค่ะ ทำความเข้าใจเครื่องมือใหม่ๆ โปรแกรมบัญชีสมัยใหม่ หรือแพลตฟอร์ม e-Tax ต่างๆ เพื่อให้เราสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างไร้รอยต่อค่ะ นี่แหละคือการอัปสกิลที่แท้จริง!
การพัฒนาไม่หยุดนิ่ง: TA ในบทบาทใหม่ๆ
อนาคตของ TA ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตรวจสอบและรับรองบัญชีเท่านั้นแล้วค่ะ เราอาจจะได้เห็น TA เข้าไปมีบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านภาษีให้กับ Startup หรือธุรกิจดิจิทัลใหม่ๆ ที่มีความซับซ้อนทางภาษี หรือแม้กระทั่งเข้าไปช่วยองค์กรต่างๆ ในการวางแผนภาษีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นประเด็นที่สำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ ในยุคโลกาภิวัตน์ค่ะ การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ เช่น ทักษะด้าน Big Data Analytics หรือ Cybersecurity เพื่อปกป้องข้อมูลทางการเงิน ก็จะยิ่งเพิ่มคุณค่าให้กับเราในฐานะ TA ค่ะ อย่าหยุดที่จะพัฒนาตัวเองนะคะ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรที่หยุดนิ่งเลยค่ะ ขอให้น้องๆ ทุกคนประสบความสำเร็จในเส้นทาง TA ที่เลือกเดินนะคะ สู้ๆ ค่ะ!
สรุปสถิติผู้สอบบัญชีภาษีอากรและแนวโน้มการเติบโต

เพื่อให้ทุกคนเห็นภาพรวมของอาชีพผู้สอบบัญชีภาษีอากรได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ฉันได้รวบรวมข้อมูลสำคัญบางส่วนมาจัดทำเป็นตารางให้ดูง่ายๆ ค่ะ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงสถานะปัจจุบันและความสำคัญของอาชีพ TA ในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นที่ต้องการอย่างต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจของเรานะคะ
| รายการ | ข้อมูลล่าสุด (ปี 2568) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| จำนวนผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่มีสิทธิ์ลงลายมือชื่อ | 4,426 ราย | ข้อมูล ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 |
| ความถี่ในการจัดสอบ | หลายครั้งต่อปี | กรมสรรพากรมีการจัดสอบเป็นรอบๆ ตลอดทั้งปี |
| คะแนนขั้นต่ำในการสอบผ่านแต่ละวิชา | ไม่ต่ำกว่า 60% | สามารถสะสมผลการสอบที่ผ่านได้ 3 ปี |
| ความต้องการในตลาดแรงงาน | สูงอย่างต่อเนื่อง | เนื่องจากความซับซ้อนของกฎหมายภาษีและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล |
จากตารางจะเห็นได้ว่าจำนวนผู้สอบบัญชีภาษีอากรที่มีสิทธิ์ปฏิบัติงานมีอยู่จำนวนหนึ่ง แต่เมื่อเทียบกับจำนวนธุรกิจ SME ในประเทศไทยแล้ว ถือว่ายังมีความต้องการบุคลากรด้านนี้อีกมากค่ะ ดังนั้น โอกาสในการประกอบอาชีพนี้จึงยังคงสดใสและมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อไปได้อีกในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สามารถปรับตัวและพัฒนาทักษะให้เข้ากับยุคดิจิทัลได้ค่ะ
เส้นทางสู่การเป็น TA ที่ไม่ใช่แค่ใบเบิกทาง แต่คือความภูมิใจ
สำหรับน้องๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้ ฉันเชื่อว่าคงจะเห็นภาพรวมของเส้นทางการเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรชัดเจนขึ้นแล้วใช่ไหมคะ? อาชีพนี้ไม่ได้เป็นแค่ใบเบิกทางที่นำไปสู่รายได้ที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้ใช้ความรู้ความสามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยค่ะ จากประสบการณ์ของฉัน TA ไม่ได้มีแค่วิชาชีพที่มั่นคง แต่ยังสร้างโอกาสให้เราได้พัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตการทำงานของเราไม่น่าเบื่อเลยค่ะ
สร้างแรงบันดาลใจ: ความสำเร็จอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
ฉันอยากจะส่งกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนที่กำลังเตรียมตัวสอบนะคะ ไม่ว่าวันนี้จะรู้สึกท้อแท้ เหนื่อยล้า หรือไม่แน่ใจในความสามารถของตัวเอง แค่อย่าหยุดเดินค่ะ จำไว้นะคะว่าไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยง่าย ทุกคนล้วนต้องผ่านอุปสรรคมาด้วยกันทั้งนั้น ลองมองหาแรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ TA ที่ประสบความสำเร็จ หรือจากคนที่คุณชื่นชมก็ได้ค่ะ เชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และลงมือทำอย่างเต็มที่ วางแผนให้ดี มีวินัย และที่สำคัญคือต้องดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ วันที่เราได้รับใบอนุญาต TA มาอยู่ในมือ ความรู้สึกของความภาคภูมิใจมันจะยิ่งใหญ่เกินกว่าสิ่งใดๆ เลยค่ะ ขอให้ทุกคนสู้ๆ และคว้าฝันให้ได้นะคะ
อนาคตที่สดใสรออยู่: ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ
โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วค่ะ แต่ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านภาษีอากรจะยังคงเป็นทักษะที่สำคัญและเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ TA ในอนาคตจะต้องเป็นมากกว่าผู้ตรวจสอบบัญชี แต่เราจะเป็นที่ปรึกษาเชิงกลยุทธ์ที่สามารถช่วยธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนในสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น การเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาทักษะใหม่ๆ และการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี จะเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงค่ะ ฉันเชื่อว่าทุกคนมีความสามารถที่จะสร้างอนาคตที่สดใสให้กับตัวเองได้ ขอแค่มีความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อนะคะ แล้วเราจะมาเจอกันในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ TA ที่ประสบความสำเร็จค่ะ
ส่งท้ายบทความนี้
เป็นอย่างไรกันบ้างคะน้องๆ ที่รักทุกคน หวังว่าข้อมูลและประสบการณ์ที่พี่นำมาแบ่งปันในวันนี้ จะช่วยจุดประกายความฝันและให้กำลังใจกับทุกคนที่กำลังมุ่งมั่นบนเส้นทาง TA ได้ไม่มากก็น้อยนะคะ เส้นทางนี้อาจจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ความภาคภูมิใจและโอกาสที่รออยู่ข้างหน้า คุ้มค่ากับการลงทุนลงแรงแน่นอนค่ะ
จงเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และไม่หยุดพัฒนา เพราะโลกของเราเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากรในยุคดิจิทัลนี้ ไม่ได้เป็นแค่ผู้ตรวจสอบ แต่เป็นที่ปรึกษาคนสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนค่ะ ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจนะคะ
เกร็ดความรู้ที่เป็นประโยชน์
1. การสอบ TA มีการจัดสอบหลายครั้งต่อปี และสามารถสะสมผลการสอบที่ผ่านได้นานถึง 3 ปี ทำให้มีเวลาเตรียมตัวอย่างยืดหยุ่น
2. การอัปเดตกฎหมายภาษีอากรใหม่ๆ อย่างสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำงาน
3. นอกจากความรู้ทางทฤษฎีแล้ว การฝึกทำโจทย์และกรณีศึกษาต่างๆ จะช่วยให้สามารถประยุกต์ใช้ความรู้ในการทำงานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. อาชีพ TA มีความต้องการในตลาดสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการทำงานประจำในองค์กรใหญ่ หรือการเปิดสำนักงานบัญชีเป็นของตัวเองเพื่ออิสระทางการเงิน
5. การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและดิจิทัล เช่น การใช้โปรแกรมบัญชีสมัยใหม่ หรือแพลตฟอร์ม e-Tax จะช่วยเพิ่มคุณค่าและโอกาสในการทำงานในยุคปัจจุบันและอนาคต
สรุปประเด็นสำคัญ
เส้นทาง TA: มากกว่าแค่ใบอนุญาต
จากทั้งหมดที่เราได้พูดคุยกันมา จะเห็นได้ชัดเลยว่าเส้นทางสู่การเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร หรือ TA นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นเส้นทางที่เต็มไปด้วยคุณค่าและโอกาสมากมายค่ะ ส่วนตัวฉันมองว่าการมีใบอนุญาต TA ไม่ใช่แค่การพิสูจน์ความรู้ความสามารถทางวิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนใบเบิกทางที่เปิดประตูไปสู่โลกของการทำงานที่หลากหลาย ทั้งการเป็นที่ปรึกษาให้กับธุรกิจขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรใหญ่ๆ หรือแม้กระทั่งการเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองในฐานะเจ้าของสำนักงานบัญชี ซึ่งเป็นความฝันของใครหลายๆ คนเลยใช่ไหมคะ ที่สำคัญคือรายได้ที่มั่นคงและสอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของเรา ทำให้เราสามารถสร้างรากฐานชีวิตที่ดีให้กับตัวเองและครอบครัวได้ค่ะ
การเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุดและโอกาสที่กำลังจะมาถึง
โลกของเราหมุนเร็วขึ้นทุกวัน และยิ่งในยุคดิจิทัลที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อาชีพ TA ของเราก็ต้องไม่หยุดนิ่งเช่นกันค่ะ การอัปเดตความรู้ด้านกฎหมายภาษีใหม่ๆ การทำความเข้าใจเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เช่น e-Tax Invoice หรือระบบ AI ที่จะเข้ามาเป็นผู้ช่วยของเราในอนาคต ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้เรายังคงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานค่ะ จากประสบการณ์ของฉัน TA ที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนที่กระหายความรู้และพร้อมที่จะปรับตัวเสมอ เพราะฉะนั้น อย่าได้กลัวที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นะคะ นี่คือโอกาสที่จะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสร้างสรรค์ในบทบาท TA ที่ทันสมัยและมีความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงค่ะ สู้ๆ ค่ะทุกคน!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: พี่คะ อัตราการสอบผ่านผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ในแต่ละปีเป็นยังไงบ้างคะ แล้วมันยากขนาดที่คนส่วนใหญ่จะท้อเลยไหม?
ตอบ: น้องๆ หลายคนคงกังวลกับเรื่องนี้ใช่ไหมคะ? จากประสบการณ์ที่พี่เห็นมา อัตราการสอบผ่าน TA เนี่ย ต้องบอกเลยว่าไม่ได้สูงปรี๊ดเหมือนข้อสอบบางอย่างนะ แต่ก็ไม่ได้แย่จนน่าหมดกำลังใจค่ะ มันจะมีความผันผวนในแต่ละปี ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความยากง่ายของข้อสอบในแต่ละครั้ง และคุณภาพของผู้เข้าสอบโดยรวม แต่โดยเฉลี่ยแล้ว เรามักจะเห็นอัตราที่ทำให้รู้สึกว่า “ถ้าเราตั้งใจจริง ยังไงก็มีหวัง” ค่ะ ไม่ได้หมายความว่าข้อสอบง่ายนะ แต่มันเป็นการคัดกรองคนที่พร้อมจริงๆ เข้าไปทำงานในสายอาชีพนี้ ซึ่งพี่มองว่าเป็นเรื่องที่ดีค่ะ เพราะอาชีพนี้ต้องการความแม่นยำและความรับผิดชอบสูงมากๆ พอผ่านแล้ว เราจะภูมิใจในตัวเองมากเลยค่ะ
ถาม: ถ้าอยากสอบผ่าน TA ให้ได้นี่ เราควรจะเตรียมตัวยังไงดีคะ มีวิชาอะไรที่เราต้องเน้นเป็นพิเศษหรือเปล่า?
ตอบ: คำถามนี้โดนใจพี่มากเลยค่ะ! การเตรียมตัวสอบ TA เนี่ย พี่บอกเลยว่า “วินัย” สำคัญที่สุดค่ะ สิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญมากๆ คือ “วิชาการบัญชี” และ “ประมวลรัษฎากร” นี่คือหัวใจหลักเลยนะคะ ต้องแม่นยำทั้งทฤษฎีและการประยุกต์ใช้ ที่สำคัญคือกฎหมายภาษีมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ เราต้องอัปเดตข้อมูลตลอดเวลาเลยค่ะ เหมือนที่เราต้องคอยตามข่าวกรมสรรพากรตลอดไงคะ นอกจากนี้ อย่าลืมฝึกทำโจทย์เยอะๆ นะคะ ทั้งโจทย์เก่าและโจทย์สถานการณ์จริง จะช่วยให้เราจับทางข้อสอบได้ดีขึ้น ที่พี่เห็นหลายคนพลาดคือคิดว่าอ่านอย่างเดียวพอ แต่จริงๆ แล้วการลงมือทำจะช่วยให้เราเข้าใจลึกซึ้งและทำข้อสอบได้เร็วขึ้นด้วยค่ะ ลองหาคอร์สเรียนดีๆ หรือกลุ่มติวที่เข้มข้นจะช่วยได้เยอะเลยนะ ได้แลกเปลี่ยนความรู้กับคนอื่นๆ ก็ดีมากๆ เลยค่ะ
ถาม: ในยุคที่กรมสรรพากรกำลังก้าวสู่ดิจิทัลเต็มตัวแบบนี้ การเป็น TA ในอนาคตจะต้องปรับตัวยังไงบ้างคะ แล้วข้อสอบจะเปลี่ยนแปลงไปตามยุคไหม?
ตอบ: เป็นคำถามที่ทันสมัยและสำคัญมากๆ เลยค่ะ! พี่เห็นด้วยเลยว่ายุคดิจิทัลเข้ามามีบทบาทกับงานบัญชีและภาษีอย่างมหาศาลค่ะ กรมสรรพากรเองก็เดินหน้าพัฒนาระบบ E-Tax Invoice, E-Withholding Tax และอื่นๆ อีกมากมาย สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรอย่างพวกเราต้องปรับตัวตามค่ะ ไม่ใช่แค่รู้กฎหมายภาษี แต่ต้องมีความเข้าใจในระบบดิจิทัล การใช้งานซอฟต์แวร์บัญชี รวมถึงการจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ด้วยค่ะ เหมือนสมัยก่อนเราต้องแบกเอกสารพะรุงพะรัง เดี๋ยวนี้ทุกอย่างอยู่บนระบบออนไลน์หมดแล้ว ดังนั้น พี่เชื่อว่าข้อสอบ TA ก็จะต้องมีการปรับปรุงให้สอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันแน่นอนค่ะ อาจจะมีโจทย์ที่เน้นการทำความเข้าใจระบบ E-service ของกรมสรรพากรมากขึ้น หรือให้วิเคราะห์สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ สำหรับ TA ในยุคนี้และอนาคตเลยค่ะ ใครที่กำลังเตรียมตัวสอบ อย่าลืมใส่ใจเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาในการเตรียมตัวด้วยนะคะ รับรองว่าได้เปรียบแน่นอน!






