สวัสดีค่ะทุกคน! ฉันรู้ว่าหลายคนคงมีความฝันอยากเป็นผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) มืออาชีพในประเทศไทยใช่ไหมคะ? อาชีพนี้ทั้งมีเกียรติและเป็นที่ต้องการในตลาดงานอย่างต่อเนื่องเลยค่ะ แต่ก่อนจะไปถึงฝันนั้น สิ่งหนึ่งที่หลายคนกังวลไม่น้อยเลยก็คือเรื่อง “ค่าใช้จ่าย” ในการเตรียมสอบนี่แหละค่ะ ฉันเองก็เคยผ่านจุดนั้นมาแล้ว เข้าใจดีเลยว่าไม่ใช่แค่ค่าสมัครสอบวิชาละ 500 บาทเท่านั้น แต่ยังมีค่าคอร์สติวที่บางทีราคาสูงลิ่วจนท้อใจ หรือค่าเอกสารตำราต่างๆ ที่รวมๆ กันแล้วเป็นเงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว ยิ่งช่วงนี้เศรษฐกิจแบบนี้ด้วยแล้ว การจัดการเงินให้คุ้มค่าที่สุดยิ่งสำคัญกว่าเดิมอีกนะคะไม่ต้องกังวลไปค่ะ!

ในฐานะคนที่อยู่ในวงการนี้มานานและเห็นเทรนด์ต่างๆ ทั้งเรื่องการสอบออนไลน์ หรือคอร์สเรียนรูปแบบใหม่ๆ ฉันบอกได้เลยว่าการวางแผนงบประมาณที่ดีคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้โดยไม่บานปลาย ที่สำคัญคือเราต้องรู้จักใช้กลยุทธ์และเครื่องมือที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ บทความนี้ฉันจะมาเปิดเผยเคล็ดลับที่ฉันใช้เองและรวบรวมมาจากประสบการณ์จริง เพื่อช่วยให้เพื่อนๆ ทุกคนเตรียมสอบ TA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุมงบอยู่หมัด และไม่ต้องเครียดเรื่องค่าใช้จ่ายอีกต่อไปค่ะ มาดูกันเลยดีกว่านะคะว่ามีอะไรบ้าง
แกะรอยค่าใช้จ่าย: เตรียมพร้อมเรื่องเงินก่อนลงสนามสอบ TA
ทำความเข้าใจค่าใช้จ่ายหลักและเสริม: เงินแต่ละบาทมีค่าเสมอ
ก่อนที่เราจะเริ่มอ่านหนังสือสอบหรือสมัครคอร์สติวเนี่ย สิ่งแรกที่ฉันอยากให้ทุกคนทำเลยคือการลิสต์รายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดออกมาให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ ลองคิดดูสิคะว่ามีอะไรบ้างที่จำเป็นจริงๆ เช่น ค่าสมัครสอบ (วิชาละ 500 บาทก็จริง แต่ถ้าต้องสอบหลายวิชาก็รวมเป็นเงินไม่น้อยเลยนะ), ค่าหนังสือตำราที่ต้องใช้เป็นหลักอ้างอิง, ค่าเดินทางไปสอบ (ถ้าต้องเดินทางต่างจังหวัด), ค่าอาหารและเครื่องดื่มระหว่างอ่านหนังสือ หรือแม้แต่ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดไฟอ่านหนังสือดึกๆ ดื่นๆ ค่าใช้จ่ายเสริมก็อาจจะรวมถึงค่าสมัครคอร์สติว ซึ่งอันนี้แหละที่มักจะทำให้งบประมาณบานปลายได้ง่ายๆ ถ้าเราไม่วางแผนให้ดี บางคนอาจจะอยากลงทุนกับอุปกรณ์เสริม เช่น แท็บเล็ตสำหรับจดเลคเชอร์ หรือโปรแกรมช่วยจำต่างๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ก็เป็นค่าใช้จ่ายที่เราต้องนำมาพิจารณาด้วยเช่นกัน การแยกแยะค่าใช้จ่ายเหล่านี้ออกมาให้ชัดเจน จะช่วยให้เราเห็นภาพรวมและจัดลำดับความสำคัญได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ฉันเองก็เคยพลาดมาแล้วกับการที่คิดว่าแค่ค่าสอบนิดเดียว แต่พอรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ เข้าไปเท่านั้นแหละ แทบจะลมจับเลยก็ว่าได้!
ตั้งเพดานงบประมาณให้ชัดเจน: ทำได้จริงและไม่บั่นทอนกำลังใจ
หลังจากที่เราลิสต์ค่าใช้จ่ายออกมาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการกำหนดงบประมาณสูงสุดที่เราจะใช้จ่ายไปกับการเตรียมสอบ TA ในครั้งนี้ค่ะ การตั้งเพดานงบประมาณที่สมเหตุสมผลจะช่วยให้เรามีกรอบในการตัดสินใจ และไม่ใช้จ่ายเกินตัวจนต้องมานั่งเสียดายภายหลัง จำไว้นะคะว่าเป้าหมายของเราคือการสอบผ่าน ไม่ใช่การใช้เงินให้มากที่สุด การกำหนดงบประมาณควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใช่การกดดันตัวเองจนเกินไปจนทำให้รู้สึกเครียดหรือขาดกำลังใจ การแบ่งงบประมาณออกเป็นหมวดหมู่ย่อยๆ เช่น งบสำหรับคอร์สติว งบสำหรับตำรา งบสำหรับค่าเดินทาง จะช่วยให้เราติดตามการใช้จ่ายได้ง่ายขึ้นมากเลยค่ะ และที่สำคัญคือต้องมีวินัยในการทำตามงบประมาณที่ตั้งไว้ด้วยนะคะ ถ้ามีส่วนไหนที่เราสามารถประหยัดได้ก็ลองพิจารณาดู แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าบางอย่างก็เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เช่น คอร์สติวที่มีคุณภาพจริงๆ อาจจะแพงหน่อยแต่ช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาและสอบผ่านได้เร็วขึ้น ก็ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวค่ะ
เลือกสรรคอร์สติว TA ให้เหมาะสม: ไม่ต้องจ่ายแพงก็เก่งได้
ทางเลือกคอร์สติวออนไลน์ vs. สถาบันสอนสด: ตัดสินใจให้เหมาะกับสไตล์เรา
ยุคนี้เรามีทางเลือกในการเรียนรู้เยอะมากจริงๆ นะคะ โดยเฉพาะคอร์สติวสอบ TA เนี่ย มีทั้งแบบเรียนสดที่สถาบัน ซึ่งมีข้อดีคือได้เจอผู้สอน ได้ถามตอบกันตรงๆ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ที่กระตุ้นให้เรา Active ได้ดี และอาจได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ แต่ข้อเสียก็คืออาจจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า และต้องเดินทาง ซึ่งก็มีค่าใช้จ่ายแฝงอย่างค่าเดินทางและเวลาที่เสียไป ส่วนคอร์สออนไลน์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ ค่ะ ข้อดีคือยืดหยุ่นสูงมากๆ จะเรียนที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ที่สะดวก ประหยัดเวลาเดินทาง ที่สำคัญคือค่าใช้จ่ายมักจะถูกกว่าคอร์สสดเยอะเลยค่ะ เหมาะสำหรับคนที่มีวินัยในการเรียนรู้ด้วยตัวเองมากๆ ฉันเคยเห็นเพื่อนบางคนที่ทำงานไปด้วยก็เลือกคอร์สออนไลน์นี่แหละค่ะ เพราะสามารถจัดตารางเรียนเองได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางหลังเลิกงาน บางครั้งสถาบันติวบางแห่งก็มีคอร์สแบบ Hybrid ที่เป็นการผสมผสานระหว่างออนไลน์กับเรียนสด ลองเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบให้ดีก่อนตัดสินใจนะคะ ว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์ชีวิตและงบประมาณของเรามากที่สุด
ทดลองเรียนฟรีก่อนตัดสินใจ: อย่าเพิ่งรีบร้อนจ่ายเงินก้อนโต
เคล็ดลับเด็ดที่ฉันอยากจะแนะนำมากๆ เลยก็คือ “การทดลองเรียน” ค่ะ สถาบันติวส่วนใหญ่ในปัจจุบันมักจะมีคอร์สทดลองเรียนฟรี หรือบางวิชาก็มีการเปิดสอนบางส่วนให้เราได้ทดลองดูก่อน ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นโอกาสทองของเราในการประเมินคุณภาพของคอร์สเรียน สไตล์การสอนของติวเตอร์ และความเข้าใจที่เรามีต่อเนื้อหา การทดลองเรียนจะช่วยให้เรามั่นใจได้มากขึ้นว่าเงินที่เราจะจ่ายไปนั้นคุ้มค่าจริงๆ ไม่ใช่แค่การฟังคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว อย่ารีบร้อนตัดสินใจจ่ายเงินก้อนโตไปกับคอร์สที่ยังไม่แน่ใจนะคะ เพราะบางทีสไตล์การสอนที่ไม่เข้ากับเราก็อาจจะทำให้เราเสียเงินฟรีไปได้เลย การได้ลองสัมผัสบรรยากาศการเรียนและเนื้อหาเบื้องต้นด้วยตัวเอง จะช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนที่ผิดพลาดได้เยอะเลยค่ะ จำไว้ว่าความคุ้มค่าไม่ได้อยู่ที่ราคาที่ถูกที่สุด แต่อยู่ที่ว่าคอร์สนั้นตอบโจทย์และช่วยให้เราสอบผ่านได้จริงหรือไม่
ลงทุนกับคอร์สที่ใช่: บทเรียนจากรุ่นพี่ที่สอบผ่าน
จากประสบการณ์ของฉันและรุ่นพี่หลายๆ คนที่สอบผ่าน TA มาแล้ว สิ่งหนึ่งที่เราเรียนรู้คือการเลือกลงทุนกับคอร์สที่ “ใช่” นั้นสำคัญกว่าการเลือกคอร์สที่ “ถูก” เสมอไปค่ะ คอร์สที่ใช่ในที่นี้หมายถึงคอร์สที่เนื้อหาครบถ้วน อัปเดตตามกฎหมายภาษีอากรล่าสุด ติวเตอร์มีความเชี่ยวชาญและอธิบายเข้าใจง่าย มีเทคนิคการจำที่ดี และมีแบบฝึกหัดพร้อมเฉลยที่เพียงพอ หลายครั้งที่คอร์สราคาแพงกว่านิดหน่อยอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าในระยะยาว เพราะช่วยให้เราประหยัดเวลาในการทำความเข้าใจเนื้อหา และลดความเสี่ยงในการสอบซ้ำ ซึ่งค่าใช้จ่ายในการสอบซ้ำนี่แหละค่ะที่บานปลายกว่าค่าคอร์สติวอีกหลายเท่าตัวเลย การได้คำแนะนำจากรุ่นพี่ที่เคยสอบผ่านในวิชาที่เราจะสอบก็มีประโยชน์มากนะคะ เพราะเขาจะสามารถบอกได้ว่าคอร์สไหนหรือติวเตอร์ท่านใดที่สอนดีและช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้จริง
| ประเภทคอร์สติว | ข้อดี | ข้อเสีย | ประมาณค่าใช้จ่าย (บาท) |
|---|---|---|---|
| คอร์สเรียนสด (สถาบัน) | ถามตอบทันที, บรรยากาศกลุ่ม, มีวินัย | ค่าใช้จ่ายสูง, ต้องเดินทาง, ไม่ยืดหยุ่น | 5,000 – 15,000 ต่อวิชา |
| คอร์สเรียนออนไลน์ | ยืดหยุ่นสูง, ประหยัดเวลาเดินทาง, ค่าใช้จ่ายถูกกว่า | ต้องมีวินัยสูง, ถามตอบจำกัด, ไม่มีบรรยากาศกลุ่ม | 2,000 – 8,000 ต่อวิชา |
| คอร์สติวสรุป/ตะลุยโจทย์ | เน้นจุดสำคัญ, กระชับ, เหมาะสำหรับทบทวน | ไม่เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น, เนื้อหาไม่ออกหมด | 1,500 – 5,000 ต่อวิชา |
| เรียนด้วยตัวเอง (ฟรี/ลงทุนน้อย) | ประหยัดที่สุด, ยืดหยุ่นสูงสุด | ต้องหาข้อมูลเอง, ขาดคนแนะนำ, ไม่มีวินัยอาจล้มเหลว | 0 – 2,000 (ค่าตำรา) |
คัมภีร์ตำราและสื่อการเรียนรู้: แหล่งความรู้ที่ไม่ต้องจ่ายแพง
ห้องสมุดและกลุ่มแบ่งปัน: ขุมทรัพย์ความรู้ฟรีๆ ที่หลายคนมองข้าม
ใครบอกว่าการเตรียมสอบต้องใช้เงินเยอะเสมอไปคะ? จริงๆ แล้วมีแหล่งความรู้ฟรีๆ ที่มีคุณภาพดีมากๆ ซ่อนอยู่เยอะเลยค่ะ อย่างเช่น “ห้องสมุด” ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัย ห้องสมุดประชาชน หรือแม้แต่ห้องสมุดของกรมสรรพากรเอง ก็มักจะมีตำรา กฎหมาย และเอกสารเกี่ยวกับการสอบบัญชีภาษีอากรให้เราได้ยืมอ่านฟรีๆ เยอะแยะเลยนะคะ ฉันเองก็เคยใช้บริการห้องสมุดบ่อยๆ ตอนที่เตรียมสอบ ช่วยประหยัดค่าหนังสือไปได้หลายพันบาทเลยทีเดียว และอีกแหล่งความรู้ที่ทรงพลังไม่แพ้กันก็คือ “กลุ่มแบ่งปันความรู้” ในโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น กลุ่ม Facebook หรือ Line OpenChat ที่รวมตัวของผู้ที่เตรียมสอบ TA เหมือนกันค่ะ ในกลุ่มเหล่านี้มักจะมีการแบ่งปันสรุปเนื้อหา เอกสารประกอบการเรียน หรือแม้แต่ข้อสอบเก่าๆ ให้เราได้ฝึกทำ ซึ่งถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่เราจะได้รับข้อมูลที่มีประโยชน์โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยค่ะ ที่สำคัญคือได้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ ได้ปรึกษาและแลกเปลี่ยนความรู้กันด้วยนะ
e-Book และเอกสารสรุปออนไลน์: สะดวก ประหยัด ไม่ต้องแบกให้เมื่อย
ในยุคดิจิทัลแบบนี้ การเข้าถึงความรู้ก็ง่ายและสะดวกสบายกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ ลองมองหา e-Book หรือเอกสารสรุปเนื้อหาออนไลน์ดูสิคะ บางแห่งก็มีให้ดาวน์โหลดฟรี บางแห่งก็มีขายในราคาที่ไม่แพงมากเมื่อเทียบกับหนังสือเล่มจริง ข้อดีของ e-Book คือพกพาง่าย จะอ่านที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แค่มีแท็บเล็ตหรือสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวก็พอ แถมยังไม่ต้องแบกหนังสือหนักๆ ให้เมื่อยอีกด้วยนะ นอกจากนี้ ยังมีเว็บไซต์หรือบล็อกของนักวิชาการหรือผู้สอบบัญชีภาษีอากรหลายท่านที่ใจดีเขียนสรุปเนื้อหา กฎหมาย หรือแนวข้อสอบไว้ให้เราได้อ่านฟรีๆ อีกด้วยค่ะ ลองใช้เวลาค้นหาข้อมูลเหล่านี้ดูนะคะ คุณอาจจะเจอเพชรเม็ดงามที่ช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายและเข้าถึงความรู้ได้อย่างรวดเร็ว
เลือกซื้อตำรามือสอง: ประหยัดได้หลายเท่าตัว คุณภาพยังใช้ได้ดี
อีกหนึ่งเคล็ดลับที่ฉันใช้บ่อยๆ ตอนเตรียมสอบก็คือการเลือกซื้อ “ตำรามือสอง” ค่ะ ลองคิดดูสิคะว่าหนังสือบัญชีหรือกฎหมายบางเล่มเนี่ย ราคาไม่ใช่ถูกๆ เลยนะ พอเป็นมือสองแล้วราคาจะลดลงไปเยอะมากๆ บางเล่มสภาพยังดีมากๆ แทบจะเหมือนใหม่เลยด้วยซ้ำ เพราะเจ้าของเดิมอาจจะอ่านแค่ไม่กี่ครั้งแล้วก็สอบผ่านไปแล้ว ลองดูตามกลุ่มซื้อขายหนังสือมือสองใน Facebook หรือตามร้านหนังสือมือสองทั่วไปดูนะคะ คุณอาจจะเจอหนังสือดีๆ ในราคาที่คาดไม่ถึงเลยล่ะค่ะ แต่ก็ต้องตรวจสอบให้ดีด้วยนะคะว่าเนื้อหายังเป็นปัจจุบันอยู่หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องกฎหมายภาษีอากรที่มักจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การซื้อหนังสือมือสองที่อัปเดตหน่อยจะช่วยให้เราไม่พลาดข้อมูลสำคัญค่ะ
ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์: ตัวช่วยประหยัดเงินและเวลาในการเตรียมสอบ
แอปพลิเคชันและเว็บไซต์ติวฟรี: มีอยู่จริงและดีเกินคาด
เชื่อไหมคะว่าในโลกออนไลน์ของเราเนี่ย มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ดีๆ ที่ช่วยในการเตรียมสอบ TA ได้ฟรีๆ หรือในราคาที่ถูกมากๆ อยู่เยอะเลยค่ะ ลองค้นหาแอปพลิเคชันเกี่ยวกับกฎหมายภาษีอากร หรือแอปพลิเคชันสำหรับฝึกทำข้อสอบปรนัยดูนะคะ บางแอปพลิเคชันมีการออกแบบมาให้ใช้งานง่าย มีคำอธิบายพร้อม มีเฉลยให้เสร็จสรรพ แถมยังสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา แค่มีมือถือเครื่องเดียวก็สามารถทบทวนความรู้ได้แล้วค่ะ ส่วนเว็บไซต์ติวฟรีก็มีเช่นกันนะคะ ลองค้นหาคำว่า “ติว TA ฟรี” หรือ “สรุปกฎหมายภาษีอากร” ใน Google ดู คุณอาจจะเจอขุมทรัพย์ความรู้ที่จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญหรือนักศึกษาที่เคยสอบผ่านไปแล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยที่ดีมากๆ ที่จะทำให้เราประหยัดค่าคอร์สติวไปได้เยอะเลยค่ะ การใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์จะช่วยให้เราเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น และทำให้การเรียนรู้ของเรามีประสิทธิภาพมากขึ้นจริงๆ นะคะ
กลุ่มไลน์/เฟซบุ๊กติว TA: แหล่งรวมคำถาม คำตอบ และกำลังใจ
ฉันอยากจะบอกว่า “กลุ่มติว” ใน Line หรือ Facebook เนี่ย มีประโยชน์มหาศาลจริงๆ ค่ะ ตอนที่ฉันเตรียมสอบ ฉันก็อยู่ในกลุ่มแบบนี้แหละค่ะ มันเป็นเหมือนแหล่งรวมคำถามและคำตอบที่เราสงสัย เราสามารถโพสต์คำถามที่เราไม่เข้าใจลงไปได้ และมักจะมีเพื่อนๆ หรือแม้แต่ติวเตอร์ที่อยู่ในกลุ่มมาช่วยตอบคำถามให้เราเสมอ บางครั้งเราก็จะได้แนวคิดใหม่ๆ หรือเทคนิคการจำจากเพื่อนๆ ในกลุ่มด้วยนะ นอกจากนี้ กลุ่มเหล่านี้ยังเป็นแหล่งรวมกำลังใจที่ดีเยี่ยมเลยค่ะ เวลาที่เราท้อแท้ เหนื่อย หรือรู้สึกโดดเดี่ยว การได้เห็นเพื่อนๆ คนอื่นก็กำลังตั้งใจอ่านหนังสือเหมือนกัน หรือการได้ระบายความรู้สึกออกมา ก็ช่วยให้เรามีกำลังใจที่จะสู้ต่อไปได้เยอะเลยค่ะ ลองหากลุ่มที่ Active และมีสมาชิกที่ให้ความรู้ดีๆ ดูนะคะ แล้วคุณจะพบว่าการมี Community ที่ดีนั้นช่วยให้การเตรียมสอบของเราง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ
วางแผนการสอบอย่างมีกลยุทธ์: ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน
จัดตารางสอบให้เหมาะสม: อย่าหักโหมจนเกินไป
การวางแผนการสอบแต่ละวิชาอย่างชาญฉลาดเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เลยค่ะ เพราะถ้าเราสอบไม่ผ่าน ก็ต้องเสียค่าสมัครสอบใหม่ ค่าเดินทางใหม่ หรือบางทีก็ต้องเสียค่าคอร์สติวเพิ่มอีก การจัดตารางสอบให้เหมาะสมกับความสามารถและเวลาที่เรามีจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ บางคนอาจจะอยากสอบให้จบเร็วๆ ก็เลยสมัครสอบหลายวิชาพร้อมกันทีเดียว แต่ถ้าเราไม่ได้เตรียมตัวมาดีพอ หรือไม่ได้มีเวลาอ่านหนังสือมากพอ การทำแบบนั้นก็อาจจะกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เราสอบตกหมดทุกวิชา และต้องเสียเงินซ้ำซ้อนในที่สุดค่ะ ฉันอยากแนะนำให้ลองประเมินตัวเองดูว่าเราถนัดวิชาไหนเป็นพิเศษ หรือวิชาไหนที่เราต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจเยอะเป็นพิเศษ แล้วค่อยๆ ทยอยสมัครสอบไปทีละวิชา หรือไม่เกินสองวิชาต่อรอบ เพื่อให้เรามีเวลาทุ่มเทกับการเตรียมตัวได้อย่างเต็มที่ การสอบผ่านทีละวิชาอย่างมั่นคง ย่อมดีกว่าการสอบพร้อมกันหลายวิชาแล้วไม่ผ่านสักวิชาแน่นอนค่ะ
ทบทวนอย่างสม่ำเสมอ: การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด
การทบทวนเนื้อหาอย่างสม่ำเสมอคือ “การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด” ในการเตรียมสอบ TA เลยค่ะ เพราะมันช่วยให้เราไม่ต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมดเมื่อต้องสอบซ้ำ และยังช่วยให้ความรู้ที่เรามีแน่นปึ้กพร้อมสำหรับการนำไปใช้งานจริงในอนาคตด้วยค่ะ ลองจัดสรรเวลาในแต่ละวัน หรือแต่ละสัปดาห์ เพื่อทบทวนเนื้อหาเก่าๆ ที่เคยเรียนไปแล้ว หรือทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ ย้ำๆ ดูนะคะ การทบทวนจะช่วยให้เราจำเนื้อหาได้แม่นยำขึ้น เข้าใจหลักการได้ลึกซึ้งขึ้น และเห็นภาพรวมของวิชานั้นๆ ได้ชัดเจนขึ้น เมื่อถึงเวลาสอบจริง เราก็จะมีความมั่นใจมากขึ้น และมีโอกาสสอบผ่านได้ในครั้งเดียว ซึ่งนั่นหมายถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายในการสอบซ้ำไปได้เยอะมากๆ เลยค่ะ อย่ามองว่าการทบทวนเป็นการเสียเวลา แต่มันคือการลงทุนที่ทำให้เราเดินหน้าได้อย่างมั่นคงและประหยัดที่สุดค่ะ
สร้างรายได้เสริมระหว่างเตรียมสอบ: แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสบการณ์
หางานพาร์ทไทม์ที่ยืดหยุ่น: ไม่กระทบเวลาอ่านหนังสือ
การเตรียมสอบ TA เนี่ย ต้องใช้เวลาและสมาธิเยอะมากๆ ใช่ไหมคะ แต่บางทีเราก็อาจจะต้องการรายได้เสริมเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หรือค่าใช้จ่ายในการเตรียมสอบ ฉันอยากแนะนำให้ลองหางานพาร์ทไทม์ที่ “ยืดหยุ่น” ดูค่ะ เช่น งานสอนพิเศษวิชาบัญชีให้กับน้องๆ นักศึกษา งานรับทำบัญชีเล็กๆ น้อยๆ ให้กับธุรกิจขนาดเล็ก หรือแม้แต่งานฟรีแลนซ์ที่สามารถทำจากที่บ้านได้ งานเหล่านี้จะช่วยให้เรามีรายได้เข้ามาเสริม โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปกับการเดินทางมากนัก และยังสามารถจัดสรรเวลาทำงานให้เข้ากับตารางอ่านหนังสือของเราได้ด้วยค่ะ การมีรายได้เสริมยังช่วยให้เราไม่รู้สึกกดดันเรื่องเงินจนเกินไป ทำให้เรามีสมาธิกับการอ่านหนังสือได้ดีขึ้นด้วยนะคะ
ใช้ทักษะพิเศษสร้างเงิน: สอนพิเศษ หรือรับทำบัญชีเล็กๆ น้อยๆ
ถ้าคุณมีทักษะพิเศษอะไรบางอย่าง เช่น เก่งภาษาอังกฤษ ถนัดการใช้โปรแกรมบัญชี หรือมีความเข้าใจในกฎหมายภาษีอากรเป็นพิเศษ ลองใช้ทักษะเหล่านั้นมาสร้างรายได้เสริมดูสิคะ เช่น การรับสอนพิเศษวิชาบัญชีหรือภาษีให้กับน้องๆ นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่ หรือการรับทำบัญชีแบบฟรีแลนซ์ให้กับร้านค้าขนาดเล็ก หรือบุคคลธรรมดา การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้คุณมีรายได้เข้ามาเสริมเท่านั้น แต่ยังเป็นการทบทวนความรู้และฝึกฝนทักษะที่คุณมีให้แข็งแกร่งขึ้นไปในตัวด้วยค่ะ มันเหมือนกับการได้เรียนรู้และฝึกฝนไปพร้อมๆ กับการสร้างรายได้เลยนะ!
ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้ก็อาจจะเป็นประโยชน์ต่ออาชีพ TA ของคุณในอนาคตอีกด้วยค่ะ ลองมองหาโอกาสรอบๆ ตัวดูนะคะ บางทีทักษะที่คุณมีอาจจะสร้างรายได้ได้มากกว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลย
ดูแลสุขภาพกายและใจ: การลงทุนที่ไม่ควรมองข้ามเพื่อการสอบที่สำเร็จ
พักผ่อนให้เพียงพอ: สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

การเตรียมสอบ TA เป็นมาราธอนที่ต้องใช้ทั้งพละกำลังกายและใจอย่างมากเลยค่ะ เพราะฉะนั้นการดูแลสุขภาพตัวเองจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ ที่เราไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด จำไว้นะคะว่า “สุขภาพดี มีชัยไปกว่าครึ่ง” ถ้าเราพักผ่อนไม่เพียงพอ ร่างกายจะอ่อนล้า สมองก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้เราอ่านหนังสือไม่รู้เรื่อง จดจำไม่ได้ และไม่มีสมาธิในการเรียนรู้ค่ะ บางคนอาจจะคิดว่าการอดหลับอดนอนอ่านหนังสือเป็นการทุ่มเท แต่จริงๆ แล้วมันกลับส่งผลเสียมากกว่าผลดีนะคะ ลองจัดตารางการนอนให้เพียงพออย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อคืน พยายามเข้านอนและตื่นนอนให้เป็นเวลา เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่นพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การลงทุนกับการพักผ่อนที่ดีคือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อประสิทธิภาพในการเตรียมสอบของเราค่ะ
หากิจกรรมผ่อนคลาย: ลดความเครียด เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้
เมื่ออ่านหนังสือมาอย่างหนักหน่วง สิ่งสำคัญไม่แพ้การพักผ่อนคือการ “ผ่อนคลาย” ค่ะ ความเครียดสะสมเป็นตัวบ่อนทำลายประสิทธิภาพในการเรียนรู้และสุขภาพของเราได้อย่างรุนแรงเลยนะคะ ลองหากิจกรรมที่คุณชื่นชอบเพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดดูสิคะ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายเบาๆ เช่น โยคะ เดินเล่นในสวนสาธารณะ ฟังเพลงโปรด ดูหนัง เล่นกับสัตว์เลี้ยง หรือทำอาหาร การได้ทำกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องกับการอ่านหนังสือบ้าง จะช่วยให้สมองของเราได้พักผ่อน และกลับมามีพลังในการเรียนรู้ได้ดีขึ้นกว่าเดิมค่ะ ฉันเองก็เคยมีช่วงที่เครียดจนอ่านหนังสือไม่เข้าหัวเลยค่ะ พอได้ไปวิ่งออกกำลังกาย หรือฟังเพลงสบายๆ แล้วรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย การผ่อนคลายอย่างเหมาะสมจะช่วยให้คุณรักษาสมดุลของชีวิต และเตรียมตัวสอบ TA ได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
글을마치며
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน หวังว่าข้อมูลและเคล็ดลับที่ฉันนำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ไม่มากก็น้อยนะคะ ฉันเข้าใจดีเลยค่ะว่าเส้นทางนี้ไม่ง่าย ต้องอาศัยทั้งความพยายาม ความมุ่งมั่น และแน่นอนว่าต้องมีการวางแผนที่ดี โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายนี่แหละที่มักจะเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับหลายๆ คน แต่จากประสบการณ์ตรงของฉัน ฉันบอกได้เลยค่ะว่าการสอบ TA ให้ผ่านโดยไม่ต้องใช้งบประมาณบานปลายนั้น “เป็นไปได้จริง” แค่เราต้องรู้จักวางแผนอย่างชาญฉลาด เลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และที่สำคัญคือต้องไม่ท้อถอยค่ะ
จำไว้นะคะว่าความสำเร็จไม่ได้วัดกันที่ว่าใครจ่ายค่าคอร์สแพงกว่า หรือมีหนังสือตำราเยอะกว่า แต่อยู่ที่ว่าใครมีความเข้าใจในเนื้อหา นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้ และมีความพร้อมในการสอบมากที่สุดต่างหากค่ะ ขอให้เพื่อนๆ ทุกคนสู้ๆ นะคะ ฉันเชื่อว่าความตั้งใจจริงของเราจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้อย่างแน่นอนค่ะ แล้วพบกันในโพสต์ต่อไปนะคะ!
알아두면 쓸โม 있는 정보
1. การสร้างเครือข่ายเพื่อนร่วมอุดมการณ์มีความสำคัญอย่างเหลือเชื่อเลยค่ะ ไม่ใช่แค่เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้หรือแนวข้อสอบเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งพลังงานชั้นดีที่จะช่วยผลักดันและให้กำลังใจซึ่งกันและกันได้ในวันที่เราเหนื่อยล้าหรือท้อแท้ ฉันเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่รู้สึกโดดเดี่ยวในการอ่านหนังสือมาแล้วค่ะ แต่พอได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ที่กำลังเตรียมสอบเหมือนกัน ทำให้รู้สึกว่าเราไม่ได้เดินอยู่คนเดียวบนเส้นทางนี้ และเมื่อมีข้อสงสัยหรือไม่เข้าใจตรงไหน การได้ปรึกษาหารือกับเพื่อนก็ช่วยให้เราได้มุมมองใหม่ๆ และเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือ บางครั้งเพื่อนอาจจะมีแหล่งข้อมูลดีๆ หรือเทคนิคการจำเด็ดๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนมาแบ่งปันให้เราได้ด้วยนะคะ ลองมองหาเพื่อนร่วมทางดูค่ะ แล้วคุณจะพบว่าการมีเพื่อนร่วมเรียนรู้ไปด้วยกันนั้นดีต่อใจและดีต่อผลการสอบแค่ไหน
2. การใช้เทคนิคการจำแบบภาพ (Visual Mnemonics) หรือการสร้างเรื่องราว (Storytelling) เข้ามาช่วยในการจำมาตรากฎหมายหรือหลักการบัญชีที่ซับซ้อน สามารถช่วยให้เราจดจำเนื้อหาได้ง่ายและยาวนานขึ้นมากเลยค่ะ สมัยที่ฉันเตรียมสอบ ฉันก็ชอบวาดรูปเล่น หรือผูกเรื่องราวตลกๆ เข้ากับมาตราต่างๆ เพื่อช่วยให้จำได้ง่ายขึ้น เช่น การสร้างตัวละครสมมติขึ้นมาเป็นตัวแทนของมาตรานั้นๆ แล้วจินตนาการสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง มันอาจจะฟังดูแปลกๆ แต่วิธีนี้ช่วยให้สมองของเราเชื่อมโยงข้อมูลเข้าด้วยกัน และเมื่อเราเห็นภาพหรือนึกถึงเรื่องราวเหล่านั้น ก็จะช่วยให้เราดึงข้อมูลที่ต้องการออกมาใช้ได้ทันทีในการสอบ การเรียนรู้ด้วยวิธีที่สนุกและสร้างสรรค์แบบนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราจำได้แม่นยำขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเบื่อหน่ายในการอ่านหนังสือที่เต็มไปด้วยตัวเลขและข้อความอีกด้วยนะคะ
3. อย่าละเลยการทำข้อสอบเก่าหรือแบบฝึกหัดซ้ำๆ บ่อยๆ นะคะ นี่คือหัวใจสำคัญของการเตรียมสอบเลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะการทำข้อสอบเก่าจะช่วยให้เราคุ้นเคยกับรูปแบบคำถาม วิธีการคิด และการบริหารเวลาในการสอบจริง ที่สำคัญคือเราจะได้รู้จุดแข็งจุดอ่อนของตัวเองว่าเราแม่นยำในเรื่องไหน หรือยังต้องปรับปรุงในส่วนใดบ้าง ฉันแนะนำให้ลองจับเวลาในการทำข้อสอบเหมือนสอบจริง เพื่อฝึกฝนให้เราทำข้อสอบได้ทันเวลา และหลังจากทำเสร็จแล้วก็อย่าลืมตรวจทานเฉลยและทำความเข้าใจในข้อที่เราผิดพลาดด้วยนะคะ การเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเองเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ และจะช่วยให้เราไม่ทำผิดซ้ำอีกในข้อสอบจริง นอกจากนี้ การทำแบบฝึกหัดซ้ำๆ ยังช่วยให้เราฝังเนื้อหาลงไปในความทรงจำระยะยาว ทำให้เราสามารถดึงข้อมูลเหล่านั้นออกมาใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำค่ะ
4. การจัดสภาพแวดล้อมในการอ่านหนังสือให้เอื้อต่อการเรียนรู้ก็มีส่วนช่วยให้เรามีสมาธิและจดจำเนื้อหาได้ดีขึ้นมากเลยนะคะ ลองจัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ สะอาดตา มีแสงสว่างเพียงพอ และปราศจากสิ่งรบกวนต่างๆ เช่น เสียงดัง หรือแจ้งเตือนจากโทรศัพท์มือถือ ฉันเองก็ชอบจัดมุมอ่านหนังสือให้เป็นมุมโปรดของตัวเองค่ะ มีต้นไม้เล็กๆ วางไว้บ้าง เปิดเพลงบรรเลงคลอเบาๆ ที่ไม่มีเนื้อร้อง หรือบางครั้งก็จุดเทียนหอมอ่อนๆ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเอื้อต่อการจดจ่อ การที่เรามีสภาพแวดล้อมที่ดีจะช่วยให้เราลดความเครียด และทำให้สมองของเราสามารถโฟกัสไปที่เนื้อหาที่กำลังอ่านอยู่ได้อย่างเต็มที่ ลองหาดูนะคะว่าสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้คุณรู้สึกสบายใจและมีสมาธิในการเรียนรู้มากที่สุด เพราะการลงทุนเล็กๆ น้อยๆ กับสิ่งเหล่านี้ อาจจะส่งผลมหาศาลต่อประสิทธิภาพในการเตรียมสอบของเราเลยทีเดียว
5. อย่าลืมให้รางวัลตัวเองบ้างนะคะ เมื่อเราทุ่มเทกับการอ่านหนังสืออย่างหนัก การให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ กับตัวเองเมื่อทำตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้สำเร็จ ถือเป็นการสร้างกำลังใจและกระตุ้นให้เราอยากที่จะพยายามต่อไปค่ะ รางวัลไม่จำเป็นต้องเป็นของแพงเสมอไปนะคะ อาจจะเป็นการได้ดูซีรีส์เรื่องโปรดสักตอน การได้กินขนมอร่อยๆ การได้ไปเที่ยวพักผ่อนใกล้ๆ หรือแม้แต่การได้นอนพักผ่อนยาวๆ ในวันหยุด การมีช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและเฉลิมฉลองความสำเร็จเล็กๆ น้อยๆ จะช่วยให้เราคลายความเหนื่อยล้าและกลับมามีพลังในการสู้ต่อได้อย่างเต็มที่ อย่าปล่อยให้ตัวเองเครียดจนเกินไปจนหมดไฟนะคะ เพราะสุขภาพจิตที่ดีก็สำคัญไม่แพ้สุขภาพกายและสุขภาพสมองเลยค่ะ การให้รางวัลตัวเองอย่างเหมาะสมจะช่วยให้เรามีความสุขกับการเดินทางบนเส้นทางสู่การเป็น TA มากขึ้นค่ะ
สำคัญ 사항 정리
สรุปแล้วนะคะ การเตรียมสอบผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูงลิ่วเสมอไปค่ะ หัวใจสำคัญคือการวางแผนอย่างชาญฉลาด การรู้จักใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และการมีวินัยในการเรียนรู้ค่ะ เริ่มต้นด้วยการทำความเข้าใจค่าใช้จ่าย วางแผนงบประมาณให้ชัดเจน แล้วค่อยเลือกสรรคอร์สติวที่เหมาะสมกับสไตล์การเรียนรู้และงบประมาณของเรา ที่สำคัญคืออย่ามองข้ามแหล่งความรู้ฟรีๆ หรือราคาประหยัด เช่น ห้องสมุด ตำรามือสอง หรือสื่อออนไลน์ต่างๆ นะคะ และที่ขาดไม่ได้เลยคือการดูแลสุขภาพกายและใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อให้เรามีพลังและสมาธิในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ จงเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง และมุ่งมั่นตั้งใจทำตามเป้าหมายให้สำเร็จนะคะ ฉันเป็นกำลังใจให้ทุกคนเสมอค่ะ!
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ค่าคอร์สติว TA แพงมากเลยค่ะ มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้บ้างคะ
ตอบ: เข้าใจเลยค่ะว่าค่าคอร์สติวบางที่ราคาสูงจริง ๆ จนทำให้หลายคนลังเล แต่จากประสบการณ์ตรงของฉันและเพื่อนๆ ที่สอบผ่านไปแล้ว มีหลายวิธีที่เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ค่ะ อย่างแรกเลยคือ “มองหาโปรโมชั่นและส่วนลด” ค่ะ สถาบันติวส่วนใหญ่มักจะมีโปรโมชั่นสมัครหลายวิชา หรือสมัครล่วงหน้าก็จะได้ราคาพิเศษ ยิ่งช่วงปลายปีหรือต้นปีมักจะมีดีลดีๆ ออกมาเยอะเลยค่ะ นอกจากนี้ คอร์สติวออนไลน์ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากๆ เพราะมีราคาที่ย่อมเยากว่าคอร์สสด แถมยังยืดหยุ่นเรื่องเวลาเรียนได้ตามสะดวก ดูทบทวนซ้ำกี่ครั้งก็ได้จนกว่าจะถึงวันสอบเลยนะคะ บางแห่งยังมีเอกสารประกอบการติวส่งให้ทางไปรษณีย์ฟรีด้วยค่ะ ที่สำคัญคือลองมองหาคอร์สติวที่เปิดให้ “ทดลองเรียนฟรี” ก่อนได้ค่ะ อย่างน้อยเราก็จะได้รู้สไตล์การสอนและเนื้อหาเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจลงทุนจริงๆ นะคะ และถ้ามีเพื่อนที่ตั้งใจสอบเหมือนกัน การรวมกลุ่มกันติวก็ช่วยประหยัดได้อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ เพราะบางสถาบันอาจมีส่วนลดพิเศษสำหรับการสมัครแบบกลุ่มค่ะ
ถาม: นอกจากการติวแบบเสียเงินแล้ว มีแหล่งเรียนรู้ฟรีหรือราคาถูกอื่นๆ ที่ช่วยให้เตรียมสอบ TA ได้ไหมคะ
ตอบ: มีแน่นอนค่ะ! ยุคนี้แหล่งความรู้ฟรีมีเยอะมากจนเราต้องรู้จักเลือกใช้ให้เป็นประโยชน์นะคะ สำหรับการเตรียมสอบ TA เนี่ย “เว็บไซต์กรมสรรพากร” คือแหล่งข้อมูลสำคัญอันดับหนึ่งเลยค่ะ ที่นั่นจะมีข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติ ขอบเขตเนื้อหาวิชาที่ทดสอบ รวมถึงประกาศและคำสั่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงที่สุดค่ะ นอกจากนี้ “สมาคมผู้สอบบัญชีภาษีอากรแห่งประเทศไทย” ก็มักจะมีโครงการติวฟรีสำหรับสมาชิกด้วยนะคะ ค่าสมาชิกรายปีก็ไม่แพงเลยค่ะ เมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้กลับมา ทั้งคอร์สติวออนไลน์ฟรี คลิปย้อนหลังให้ทบทวน รวมถึงส่วนลดสำหรับหลักสูตรอื่นๆ ด้วย ฉันเองก็เคยใช้ประโยชน์จากตรงนี้มาแล้ว บอกเลยว่าคุ้มค่ามากๆ เลยค่ะ อีกทางเลือกหนึ่งคือ “ช่อง YouTube” ที่มีอาจารย์หรือนักบัญชีหลายท่านทำคลิปสอนและสรุปเนื้อหาสำคัญๆ ลองค้นหาคีย์เวิร์ดอย่าง “ติว TA” หรือ “เตรียมสอบ TA” ดูนะคะ บางทีเราอาจจะเจอสไตล์การสอนที่ถูกจริตแถมไม่ต้องเสียเงินสักบาทเลยค่ะ สุดท้ายคือการรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ เพื่อ “อ่านหนังสือและแลกเปลี่ยนความรู้” กันค่ะ การได้อธิบายสิ่งที่เรารู้ให้คนอื่นฟัง จะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้งขึ้นเยอะเลยนะคะ
ถาม: การสอบ TA ที่มีทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ มีผลต่อค่าใช้จ่ายในการเตรียมตัวของเราอย่างไรบ้างคะ
ตอบ: เรื่องนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากเลยค่ะ เพราะช่วงหลังมานี้รูปแบบการสอบมีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย จากประสบการณ์ของฉัน การสอบ TA ไม่ว่าจะเป็นแบบออนไลน์หรือออฟไลน์ (ในกรณีที่อาจมีการจัดสอบแบบออฟไลน์ในอนาคต หรือคอร์สติวแบบสด) มีผลต่อค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันอยู่บ้างนะคะ ถ้าเป็นการสอบแบบออนไลน์อย่างคอร์สติวออนไลน์ที่หลายสถาบันจัดอยู่ตอนนี้ ข้อดีคือช่วยประหยัด “ค่าเดินทางและค่าที่พัก” ได้มากเลยค่ะ โดยเฉพาะเพื่อนๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อไปสอบหรือติวสด แต่สิ่งที่อาจจะต้องลงทุนเพิ่มคือ “อุปกรณ์” ที่พร้อมสำหรับการสอบออนไลน์ เช่น คอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ตที่เสถียร อินเทอร์เน็ตที่แรงพอ และอาจจะต้องมีพื้นที่ส่วนตัวที่เงียบสงบสำหรับการสอบด้วยค่ะ ส่วนถ้าเป็นการสอบแบบออฟไลน์ เราก็จะต้องเตรียมงบสำหรับค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก (ถ้าต้องไปสอบต่างจังหวัด) ให้ดีเลยค่ะ ดังนั้น การเลือกรูปแบบการเตรียมตัวและการสอบที่เหมาะสมกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของเราที่สุด คือสิ่งที่สำคัญที่สุดค่ะ ลองชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียดูนะคะว่าแบบไหนที่ตอบโจทย์เราได้ดีที่สุด จะได้ประหยัดค่าใช้จ่ายและเตรียมตัวได้อย่างสบายใจค่ะ






